เวียงจันทน์

เวียงจันทน์

ประเทศลาว เป็นประเทศที่เดินทางไปไม่ยาก หากเราอยู่ กทม. เราสามารถเดินทางไปยังหนองคาย โดยรสบัสหรือเครื่องบินไปลงอุดร แล้วต่อแท็กซี่ไปยังหนองคาย เพื่อทำเรื่องข้ามด่านไปยังประเทศลาว จากนั้นสามารถนั่งรถบัสหน้าด่าน เพื่อเดินทางข้ามประเทศกันได้เลยสำหรับบางท่านที่ต้องการประหยัดเวลาก็สามารถนั่งเครื่องไปลง เวียงจันทน์ ได้เลย แต่ค่าเครื่องจะแพงกว่าลงที่อุดร สำหรับทริปนี้ เราพาไปเยือน เวียงจันทน์ เพราะเป็นจุดหมายปลายทางที่ใกล้ที่สุด

จากบันทึกประวัติศาสตร์ระหว่างไทย-ลาว กล่าวว่า  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ทรงสถาปนา เวียงจันทน์ ขึ้นเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้าง เมื่อ พ.ศ. 2103 ครั้นเมื่อล้านช้างเสื่อมอำนาจลง ในปีพ.ศ. 2250 เวียงจันทน์ กลายเป็นอาณาจักรอิสระ เรียกว่า อาณาจักรล้านช้าง เวียงจันทน์ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2321 เจ้าพระยาจักรีของไทย (ในสมัยกรุงธนบุรี) ยกทัพมาปราบดินแดนลาวทั้งหมด อาณาจักร เวียงจันทน์ ตกเป็นประเทศราชของไทยนับตั้งแต่นั้นมา ในปี พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์แห่งเวียงจันทน์ องค์สุดท้ายพยายามรวบรวมกำลังเพื่อก่อการกบฏและกู้ชาติจากไทย รัฐบาลไทยจึงส่งกองทัพยกขึ้นมาปราบปรามเมือง เวียงจันทน์ และจับเจ้าอนุวงศ์ไปลงโทษที่กรุงเทพ ส่วนเมือง เวียงจันทน์ นั้นถูกทำลายย่อยยับ เหลือรอดเพียงแต่พระอารามสำคัญไม่กี่แห่ง เช่น หอพระแก้ว วัดสีสะเกด เท่านั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2436 ดินแดนลาวตกอยู่ภายใต้การปกครองของ ฝรั่งเศส เวียงจันทน์ ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการบริหารการปกครองของลาวในอาณัติของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2442 ต่อมาเมื่อประเทศลาวประกาศเอกราชจากฝรั่งเศส ก็ได้กำหนดให้กรุง เวียงจันทน์ เป็นเมืองหลวงของลาวสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

 

เวียงจันทน์

เมื่อมาเยือน เวียงจันทน์ แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือต้องไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง เวียงจันทน์ ก่อนเป็นอันดับแรก นั่นก็คือ พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ พระธาตุคู่บ้านคู่ที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวลาว พระธาตุหลวง (Pha That Luang) แห่งนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า พระเจดีย์โลกะจุฬามณี  เป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งแห่งนครหลวง เวียงจันทน์ เลยก็ว่าได้  เป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ พระธาตุหลวง เวียงจันทน์ นั้นเป็นพระธาตุใหญ่ที่มีความสวยงามที่สุดในสปป.ลาว สร้างโดยช่างโบราณของลาว มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรมรวมถึงเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมของลาว ล้านช้าง ด้านหน้านั้นมีอนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ประดิษฐานอยู่ ท่านทรงเป็นกษัตริย์ล้านช้าง (นครเชียงทอง) องค์ที่ 45 นั่นเอง ด้านในจะเจอองค์ พระธาตุหลวง ซึ่งมีสีเหลืองอร่ามดุจทองที่ปรากฏอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์นั้นนั่นเอง เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในแต่ละปีจะมีงานนมัสการ พระธาตุหลวง ที่ยิ่งใหญ่ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทาง หรือวันยี่เป็ง ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน  ถือเป็นงานทียิ่งใหญ่ระดับชาติ ที่นักเดินทางไม่ควรพลาดที่จะไปเก็บภาพสวยๆพร้อมกับนมัสการ พระธาตุหลวง เอาบุญกันด้วย

 

พระธาตุหลวง

วัดสีเมือง เป็นวัดที่ชาวลาวให้ความเคารพนับถือกันเป็นอย่างมาก และนับได้ว่าเป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของนคร เวียงจันทน์ ที่ วัดสีเมือง เดิมเคยเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองของนคร เวียงจันทน์ และชาว เวียงจันทน์ ส่วนมากก็มักจะมาบนบาน “เจ้าแม่สีเมือง” ซึ่งเป็นผู้ดูแลรักษาหลักเมืองและคอยดูแลทุกข์สุขของประชาชน ชาว เวียงจันทน์ เพื่อขอสิ่งที่ปรารถนา และไม่ใช่เพียงแค่ชาวลาวเท่านั้นที่มานมัสการเจ้าแม่สีเมือง แต่สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางมาก็นิยมไปสักการะบูชา พร้อมนำต้นเทียน หรือบายศรีพร้อมเทียนมาถวาย ส่วนผู้ที่มาแก้บนก็จะถวายมะพร้าว กล้วย และดอกไม้ธูปเทียน โดยผู้มาเยือนนั้นมักมากราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคล พร้อมเสี่ยงทายดวงชะตา ตามตำนานเล่าต่อ ๆ กันมาที่ว่าขออะไรก็มักจะสมหวังดังปรารถนา ยกเว้นแต่เพียงเรื่องความรักเท่านั้น

วัดสีเมือง

หอพระแก้ว แต่เดิมเคยเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2108 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ทรงอัญเชิญมาจากนครเชียงใหม่ อาณาจักรล้านนา แต่เมื่อ พ.ศ.2322 นคร เวียงจันทน์ ถูกกองทัพสยามตีแตก กองทัพสยามได้อัญเชิญพระแก้วมรกต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของนคร เวียงจันทน์ ไป พร้อมทั้งกวาดต้อนราชวงศ์ชาวลาวกลับไปยังกรุงเทพฯ มากมาย ปัจจุบัน พระแก้วมรกตได้รับการอัญเชิญไปประทับที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หอพระแก้ว จึงคงเหลือไว้เพียงพระแท่นที่ประดิษฐานเท่านั้น ภายใน หอพระแก้ว ยังมีพระพุทธรูปโบราณล้ำค่าและวัตถุโบราณต่างๆ มากมายจัดแสดงในรูปของพิพิธภัณฑ์ อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปประธานองค์ใหญ่นามว่า “พุทธเจ้าสโคดมพุทธสิมมา” เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพภายในตัว หอพระแก้ว แต่สามาถเดินถ่ายภาพบริเวณรอบ หอพระแก้ว ได้ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดศิลปะล้านช้างเก่าแก่หลายองค์ องค์ที่เก่าแก่ที่สุดคือพระพุทธรูปยืนทางประตูด้านหลัง หอพระแก้ว เป็นพระพุทธรูปศิลาศิลปะสมัยเจนละที่เก่าแก่ที่สุดองค์หนึ่งในเอเชีย ประทับยืนในปางทรงแสดงธรรม บริเวณโดยรอบยังเต็มไปด้วยสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม  ถัดจาก หอพระแก้ว ท่านสามารถเดินทางไปต่อที่ วัดสีสะเกด ได้

หอพระแก้ว

วัดสีสะเกด อยู่ถัดจาก หอพระแก้ว เป็นวัดที่ไม่ได้ถูกทำลายในช่วงของสงครามระหว่างสยามและ เวียงจันทน์ วัดนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า วัดสะตะสะหัสสาราม หรือวัดแสน เป็นวัดที่สร้างขึ้นแห่งแรกในนคร เวียงจันทน์ เหตุที่ชื่อวัดแสนก็เพราะว่า พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชและพุทธศาสนิกชนชาวลาวในอดีต ทรงสร้างพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างทั้งองค์เล็กและองค์ใหญ่ประดิษฐานไว้ทั่ววัดเป็นจำนวน 100,000 องค์ แม้ปัจจุบันจะมีเหลืออยู่ไม่ถึงหมื่นองค์ โดยมีพระพุทธรูป 6,840 องค์ ที่ฝังอยู่ตามช่องกำแพง  วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปมากที่สุดในนครหลวง เวียงจันทน์ นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนเรื่องทศชาติชาดกให้ชมอีกด้วยบรรยากาศภายในวัดจะมีตัววิหารที่ให้นักท่องเที่ยวกราบไหว้บูชา และเช่นกันกับ หอพระแก้ว คือภายในนั้นไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป

 

วัดสีสะเกด

ประตูชัย หรือ (ปะตูไซ Patuxay) เป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.2512  สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิต ในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ ความอลังการของ ประตูชัย นั้นเมื่อได้สัมผัสด้วยตาใกล้ ๆ จะรู้ได้ว่าสวยงาม และรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่จริง ๆ บริเวณโดยรอบก็มีการตกแต่งประดับประดาด้วยสวนหญ้าเขียว ๆ ยิ่งยามเย็นยิ่งแลดูร่มรื่น ลักษณะสถาปัตยกรรมของ ประตูชัย ที่ลาวได้รับอิทธิพลมาจาก ประตูชัย ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่ก็ยังผสมผสานเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมของประเทศลาวให้ได้เห็นอย่างเด่นชัด เมื่อหากแหงนหน้าขึ้นจะเห็นเป็นภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ โดยอยู่ตามผนังด้านบนทั้ง 4 ด้าน ภายใต้ซุ้มประตูโค้ง นอกจากนี้เรายังสามารถเดินขึ้นไปชมวิวทัศนียภาพจากด้านบน ประตูชัย ได้อีกด้วย ลักษณะของทางขึ้นสู่ด้านบนจะเป็นบันไดวนขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งแต่ละชั้นจะมีร้านจำหน่ายขายของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยว เมื่อมองขึ้นไปจากด้านล่างอาจจะดูสูงแต่เมื่อเดินเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากมาย เพราะบริเวณทางเดินขึ้นจะมีช่องประตู ช่องลมที่ลมพัดผ่านอยู่เสมอ โดยเสียค่าขึ้นคนละ 15 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มมากกับการได้ขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศแบบกว้าง ๆ ของนคร เวียงจันทน์ด้านหนึ่งจะเป็นตะแกรงเหล็กกั้นไว้ตรงช่องหน้าต่าง อีกด้านตรงข้ามจะเป็นฝั่งที่เปิดโล่ง มองลงไปก็จะเห็นทัศนียภาพโดยรอบดูแล้วสบายตายิ่งนัก ในส่วนบริเวณสวนน้ำพุ ซึ่งถนนบริเวณนี้จะมีร้านกาแฟ ร้านเค๊ก ร้านขนมต่าง ๆ มากมาย ให้นักท่องเที่ยวได้มาเดินเล่น นั่งพัก นั่งดื่มเครื่องดื่ม กินขนม จิบเบียร์กันแล้วแต่ความโปรดปรานของแต่ละคน

 

ประตูชัย

ตลาดมืด ริมแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวใน เวียงจันทน์ ในช่วงเย็นก็มักจะเดินเล่นแถวริมน้ำโขง ชมพระอาทิตย์ตก ได้ชมวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ริมน้ำ จากนั้นก็แวะทางร้านอาหารริมน้ำโขงซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายร้านให้เลือกทานกัน เมื่ออิ่มจากมื้อเย็น ก็ลดน้ำหนักทันที ด้วยการเดินช้อปปิ้งที่ถนนคนเดิน ริมแม่น้ำโขง (ตลาดมืด) ซึ่งเต็มไปด้วย ของกิน ของขาย และของที่ระลึกของชาวลาว เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 18:00-22:00 น.

 

ตลาดมืด

มา เวียงจันทน์ คราวนี้ได้ชมสิ่งที่น่าสนใจในเมืองลาวหลายอย่าง ใครที่อยากตามมาสัมผัสเมือง เวียงจันทน์ เช่นนี้บ้างก็อย่ารอช้ารีบจองทริปและตามมากันได้เลย

Visitors: 78,277